Lateral Thinking: คิดแนวข้าง
ผมเห็นหนังสือเล่มนี้ของ Edward de Bono แล้วมีความอยากอ่านอยู่บ้าง ในตอนแรกก็คิดว่ามันคงไม่ใช่หนังสือแนวใหม่อะไร แต่เหลือบไปเห็นว่า ที่ปกเขียนว่า "หนังสือขายดี กว่า 10 ล้านเล่ม" ก็เลยตัดสินใจอ่าน....
ผมไม่ได้ต้องการจะย่อความหนังสือเล่มนี้ แต่ผมจะถอดความมันออกมา ถอดความคิด ของ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้ พออ่านไประยะหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปมาว่าประมาณดังนี้
แนวคิดของหนังสือเล่มนี้ คาดได้ว่า มาจากการศึกษาในเชิงสถิติว่า ความคิดโดยทั่วไปของมนุษย์ หรือของปัญญาชน เป็นการคิดแนวตรง คือความคิดในเชิงตรรกนั่นเอง แต่ความจริงทางสถิติมีอยู่ว่า ความคิดแบบตรรกนี้ ไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป มันอาจเป็นเพียงครึ่งเดียวแต่ผมให้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า..... แล้วความสำเร็จที่เหลือล่ะ มันมาจากไหน ....? อ๋อ มันก็ต้องจากแนวคิดในทางตรงข้ามกัน .... คิดแนวไม่ตรง.... คือ การคิดแนวข้างนั่นเอง (มันคงเป็นคำรำพึงในช่วงหนึ่งของชีวิตของ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้) ซึ่งความคิดอีกแนวนี้ ก็น่าจะรองรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นของมนุษย์ หรือขององค์กร อีก 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เป็นแนวคิดแบบไร้แนว
เมื่อเห็นดังนี้ ดร.เอ็ดเวิร์ด ก็คิดว่า ก็ได้เขียนตำรา "คิดแนวข้าง" เพราะว่าตามหลักสถิติที่กล่าวมา หนังสือเล่มนี้ต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็รองรับความสำเร็จอีก 40 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ซึ่งในความเป็นจริง โดยธรรมชาติ ความเป็นไปในลักษณะนี้ ก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ยังไม่มีหลักวิชาการรองรับ...เท่านั้นเอง .... ดร.เอ็ดเวิร์ด ก็อาศัย ช่องว่างทางวิชาการ นี้ เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ..... แล้วหนังสือก็ได้รับความนิยมดังที่กล่าวมานี้....
เนื่องจากว่า เนื้อหา ใจความสำคัญมีเพียงสั้นๆ แค่ครึ่งหน้ากระดาษเท่านั้นเอง แต่เพื่อจะให้ดูเป็นหลักวิชาการ ดร.เอ็ดเวิร์ด จึงได้นำแบบฝึกหัดในลักษณะต่างๆ มาประกอบ โดยบอกว่า เป็นการฝึกคิดแนวข้าง.... ทั้งๆ ที่ฝึกได้จริง แต่จะผลน้อย เพราะเป็นแนวคิดที่ฝึกกันได้ยาก เพราะเป็นการคิดแบบไร้หลัการและ.... เพราะเมื่อไหร่ มีการฝึกในลักษณะนี้ ก็จะกลายเป็นการ คิดแนวตรง ก็จะเป็นการขัดแย้งกับหลักการของหนังสือเล่มนี้เอง ..... เป็นข้อที่ควรระวังอยู่พอสมควร
ผมเลยตัดสินใจไม่อ่านทุกหน้า .... อ่านเพียงบางหน้า.... อ่านความคิดของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เพื่อไม่ให้ตกหลุมพลาง เคลิบเคลิ้มไปตามเขา
สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้ ยังจะต้องเรียนรู้ .... ว่าสิ่งที่ชี้นำความคิดทั้งหลายคือ บุญ เพราะว่า บุญจะเป็นสิ่งบันดาลความคิดให้ถูกต้อง ให้ถูกเวลา ให้นำไปสู่ความสำเร็จ .... ซึ่งบางครั้งก็เป็น ความคิดแบบแนวตรง แต่บางครั้งเกิดจากการคิดแนวข้าง และหลายครั้งก็มาจากความคิดไร้แนว .... แต่สำคัญอยู่ที่ ....เป้าหมายและความสำเร็จ.....เป็นความคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จเสมอ .... ไม่สำคัญที่วิธีการคิด ....แต่สำคัญที่เป้าหมาย.......ผู้รู้ในพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า บุญส่งผลได้ในหลายลักษณะ หลายแนว คาดเดาได้ยาก.......
ผมไม่ได้ต้องการจะย่อความหนังสือเล่มนี้ แต่ผมจะถอดความมันออกมา ถอดความคิด ของ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้ พออ่านไประยะหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปมาว่าประมาณดังนี้
แนวคิดของหนังสือเล่มนี้ คาดได้ว่า มาจากการศึกษาในเชิงสถิติว่า ความคิดโดยทั่วไปของมนุษย์ หรือของปัญญาชน เป็นการคิดแนวตรง คือความคิดในเชิงตรรกนั่นเอง แต่ความจริงทางสถิติมีอยู่ว่า ความคิดแบบตรรกนี้ ไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป มันอาจเป็นเพียงครึ่งเดียวแต่ผมให้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า..... แล้วความสำเร็จที่เหลือล่ะ มันมาจากไหน ....? อ๋อ มันก็ต้องจากแนวคิดในทางตรงข้ามกัน .... คิดแนวไม่ตรง.... คือ การคิดแนวข้างนั่นเอง (มันคงเป็นคำรำพึงในช่วงหนึ่งของชีวิตของ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้) ซึ่งความคิดอีกแนวนี้ ก็น่าจะรองรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นของมนุษย์ หรือขององค์กร อีก 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เป็นแนวคิดแบบไร้แนว
เมื่อเห็นดังนี้ ดร.เอ็ดเวิร์ด ก็คิดว่า ก็ได้เขียนตำรา "คิดแนวข้าง" เพราะว่าตามหลักสถิติที่กล่าวมา หนังสือเล่มนี้ต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็รองรับความสำเร็จอีก 40 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ซึ่งในความเป็นจริง โดยธรรมชาติ ความเป็นไปในลักษณะนี้ ก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ยังไม่มีหลักวิชาการรองรับ...เท่านั้นเอง .... ดร.เอ็ดเวิร์ด ก็อาศัย ช่องว่างทางวิชาการ นี้ เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ..... แล้วหนังสือก็ได้รับความนิยมดังที่กล่าวมานี้....
เนื่องจากว่า เนื้อหา ใจความสำคัญมีเพียงสั้นๆ แค่ครึ่งหน้ากระดาษเท่านั้นเอง แต่เพื่อจะให้ดูเป็นหลักวิชาการ ดร.เอ็ดเวิร์ด จึงได้นำแบบฝึกหัดในลักษณะต่างๆ มาประกอบ โดยบอกว่า เป็นการฝึกคิดแนวข้าง.... ทั้งๆ ที่ฝึกได้จริง แต่จะผลน้อย เพราะเป็นแนวคิดที่ฝึกกันได้ยาก เพราะเป็นการคิดแบบไร้หลัการและ.... เพราะเมื่อไหร่ มีการฝึกในลักษณะนี้ ก็จะกลายเป็นการ คิดแนวตรง ก็จะเป็นการขัดแย้งกับหลักการของหนังสือเล่มนี้เอง ..... เป็นข้อที่ควรระวังอยู่พอสมควร
ผมเลยตัดสินใจไม่อ่านทุกหน้า .... อ่านเพียงบางหน้า.... อ่านความคิดของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เพื่อไม่ให้ตกหลุมพลาง เคลิบเคลิ้มไปตามเขา
สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้ ยังจะต้องเรียนรู้ .... ว่าสิ่งที่ชี้นำความคิดทั้งหลายคือ บุญ เพราะว่า บุญจะเป็นสิ่งบันดาลความคิดให้ถูกต้อง ให้ถูกเวลา ให้นำไปสู่ความสำเร็จ .... ซึ่งบางครั้งก็เป็น ความคิดแบบแนวตรง แต่บางครั้งเกิดจากการคิดแนวข้าง และหลายครั้งก็มาจากความคิดไร้แนว .... แต่สำคัญอยู่ที่ ....เป้าหมายและความสำเร็จ.....เป็นความคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จเสมอ .... ไม่สำคัญที่วิธีการคิด ....แต่สำคัญที่เป้าหมาย.......ผู้รู้ในพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า บุญส่งผลได้ในหลายลักษณะ หลายแนว คาดเดาได้ยาก.......

0 Comments:
Post a Comment
<< Home