The Fourth Wave : The History of Future

Friday, June 23, 2006

Lateral Thinking: คิดแนวข้าง

ผมเห็นหนังสือเล่มนี้ของ Edward de Bono แล้วมีความอยากอ่านอยู่บ้าง ในตอนแรกก็คิดว่ามันคงไม่ใช่หนังสือแนวใหม่อะไร แต่เหลือบไปเห็นว่า ที่ปกเขียนว่า "หนังสือขายดี กว่า 10 ล้านเล่ม" ก็เลยตัดสินใจอ่าน....

ผมไม่ได้ต้องการจะย่อความหนังสือเล่มนี้ แต่ผมจะถอดความมันออกมา ถอดความคิด ของ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้ พออ่านไประยะหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปมาว่าประมาณดังนี้

แนวคิดของหนังสือเล่มนี้ คาดได้ว่า มาจากการศึกษาในเชิงสถิติว่า ความคิดโดยทั่วไปของมนุษย์ หรือของปัญญาชน เป็นการคิดแนวตรง คือความคิดในเชิงตรรกนั่นเอง แต่ความจริงทางสถิติมีอยู่ว่า ความคิดแบบตรรกนี้ ไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป มันอาจเป็นเพียงครึ่งเดียวแต่ผมให้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า..... แล้วความสำเร็จที่เหลือล่ะ มันมาจากไหน ....? อ๋อ มันก็ต้องจากแนวคิดในทางตรงข้ามกัน .... คิดแนวไม่ตรง.... คือ การคิดแนวข้างนั่นเอง (มันคงเป็นคำรำพึงในช่วงหนึ่งของชีวิตของ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้) ซึ่งความคิดอีกแนวนี้ ก็น่าจะรองรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นของมนุษย์ หรือขององค์กร อีก 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เป็นแนวคิดแบบไร้แนว

เมื่อเห็นดังนี้ ดร.เอ็ดเวิร์ด ก็คิดว่า ก็ได้เขียนตำรา "คิดแนวข้าง" เพราะว่าตามหลักสถิติที่กล่าวมา หนังสือเล่มนี้ต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็รองรับความสำเร็จอีก 40 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ซึ่งในความเป็นจริง โดยธรรมชาติ ความเป็นไปในลักษณะนี้ ก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ยังไม่มีหลักวิชาการรองรับ...เท่านั้นเอง .... ดร.เอ็ดเวิร์ด ก็อาศัย ช่องว่างทางวิชาการ นี้ เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ..... แล้วหนังสือก็ได้รับความนิยมดังที่กล่าวมานี้....

เนื่องจากว่า เนื้อหา ใจความสำคัญมีเพียงสั้นๆ แค่ครึ่งหน้ากระดาษเท่านั้นเอง แต่เพื่อจะให้ดูเป็นหลักวิชาการ ดร.เอ็ดเวิร์ด จึงได้นำแบบฝึกหัดในลักษณะต่างๆ มาประกอบ โดยบอกว่า เป็นการฝึกคิดแนวข้าง.... ทั้งๆ ที่ฝึกได้จริง แต่จะผลน้อย เพราะเป็นแนวคิดที่ฝึกกันได้ยาก เพราะเป็นการคิดแบบไร้หลัการและ.... เพราะเมื่อไหร่ มีการฝึกในลักษณะนี้ ก็จะกลายเป็นการ คิดแนวตรง ก็จะเป็นการขัดแย้งกับหลักการของหนังสือเล่มนี้เอง ..... เป็นข้อที่ควรระวังอยู่พอสมควร

ผมเลยตัดสินใจไม่อ่านทุกหน้า .... อ่านเพียงบางหน้า.... อ่านความคิดของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เพื่อไม่ให้ตกหลุมพลาง เคลิบเคลิ้มไปตามเขา

สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ ดร.เอ็ดเวิร์ด ผู้นี้ ยังจะต้องเรียนรู้ .... ว่าสิ่งที่ชี้นำความคิดทั้งหลายคือ บุญ เพราะว่า บุญจะเป็นสิ่งบันดาลความคิดให้ถูกต้อง ให้ถูกเวลา ให้นำไปสู่ความสำเร็จ .... ซึ่งบางครั้งก็เป็น ความคิดแบบแนวตรง แต่บางครั้งเกิดจากการคิดแนวข้าง และหลายครั้งก็มาจากความคิดไร้แนว .... แต่สำคัญอยู่ที่ ....เป้าหมายและความสำเร็จ.....เป็นความคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จเสมอ .... ไม่สำคัญที่วิธีการคิด ....แต่สำคัญที่เป้าหมาย.......ผู้รู้ในพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า บุญส่งผลได้ในหลายลักษณะ หลายแนว คาดเดาได้ยาก.......

Thursday, June 22, 2006

A nano title: สาเหตุของกล้วย

สาเหตุของกล้วย

เป็นคำถามใหม่ที่คุณไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เพราะว่ามันเป็นคำถามที่จะเกิดขึ้นใน "ยุคนาโนเทคโนโลยี" เรื่องของนาโนเทคโนยี คือเรื่องของความเล็ก ในกรณีนี้ "ความเล็กคือ ความยิ่งใหญ่" ทำไมมันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะว่า "ความเล็ก" นั่นหมายถึงสาเหตุ ยิ่งเล็กมาก ก็เรียกว่า ต้นเหตุ ถ้าเล็กลงไปอีก ก็เป็น เหตุในเห็น หรือ เหตุของเหตุ สิ่งที่นาโนเทคโลยีต้องการไปถึงคือ เหตุสามัญ แม้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนาโนยังไม่คิดมาถึงจุดนี้ก็ตาม แต่ก็เป็นเป้าหมายที่พวกรอคอยให้พวกเขาคิด และเป็นเป้าหมายที่พวกเขาอยากเดินไปถึงโดยไม่รู้ตัว.....

วัตถุใดๆ ในโลกนี้ หรือในจักรวาลนี้ มีสารตั้งต้น หรือมีองค์ประกอบพื้นฐานเบื้องต้น แบบเดียวกัน จะต่างกันก็เฉพาะสัดส่วนเท่านั้น....

สิ่งที่นาโนต้องการเข้าไปถึงคือ การเข้าไป รู้จัก เข้าไปจัดการ กับองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านั้น ซึ่งเป็นความเล็กในสิ่งทั้งหลาย เมื่อเราสามารถเข้าไปจัดการองค์ประกอบเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบที่มีความเล็กในระดับนาโน การสร้างสรรค์วัตถุต่างๆ ให้เป็นตามความต้องการ ก็เป็นจินตนาการที่เป็นไปได้ โดยการเข้าไปจัดเรียงองค์ประกอบเหล่านั้นเสียใหม่ และถ้าทำได้อย่างนั้น มนุษย์ยุคนาโนก็จะสามารถสร้างอะไรๆ ได้อย่างที่ใจต้องการ

และสิ่งที่เป็นที่สุดของนาโนคือ เทียบได้กับการ "เสก" สิ่งของ ของบรรดาผู้มีวิชชา หรือเป็นการ "เล่นแร่แปรธาตุ" หนึ่งในมโนมยิทธิ หรืออิทธิวิธี หนึ่งในอภิญญาหก คุณสมบัติที่เป็นที่สุดแห่งมนุษย์ และบทสรุปที่อาจทำได้ อย่างน้อยก็ในหลักการ ก็คือ เครื่องที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยม ที่ดีไซน์ที่เรียบง่าย คล้ายผลิตภัณฑ์ของ MAC เพียงใส่รหัสคำสั่งออกไปว่า ต้องการอะไร แล้วก็กดปุ่ม ภายในสามถึงห้านาที ของสิ่งนั้นก็ ปรากฎขึ้นมาทันที........

หากมองอีกแนวหนึ่งคือ หากถามว่าสาเหตุของกล้วยคืออะไร คำถามต้องการที่มาของกล้วย ที่เป็นเหตุสามัญแห่งกล้วย ไม่ใช่คำตอบที่บอกถึงองค์ประกอบของกล้วยที่เรารู้จักกันเช่น น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต วิตามิน..... สมมติว่า หากเราแบ่งครึ่งกล้วยไปเรื่อยๆ เล็กลงๆๆๆๆๆ จนถึงหน่วยสามัญแห่งกล้วย แล้วเราก็จะเข้าถึง สาเหตุของกล้วย ..... แม้อาจจะไม่เหลือความเป็นกล้วยอยู่เลย แล้วเมื่อถึงจุดนั้น...อำนาจทุกอย่างมันก็จะอยู่ในมือคุณ...... คุณจะทำอะไรกับกล้วยก็ได้!

ความก้าวล้ำต่อไป ที่แม้แต่คนในยุคนาโนก็ยังไปไม่ถึง คือ คำถามในลักษณะที่ว่า สาเหตุของแมวคืออะไร .... เพราะอันนี้มีความซับซ้อนกว่ากรณีแรกมาก .....

แล้วถ้าจะให้ล้ำหน้าไปอีก ...ก็คงไปสู่คำถามที่ว่า..... สาเหตุของสมชาย คืออะไร....................

Saturday, June 17, 2006

คลื่นลูกที่สี่ มันจะบอกคุณทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ เทคโลยี และสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในอีกพันปีข้างหน้า ไม่ใช่การทำนาย แต่เป็นการบอกเล่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะกระบวนการแห่งความรู้และแหล่งความรู้ที่ดีที่สุด มันจะบอกคุณถึงเทคโนโลยีที่ถูกทาง ที่จะไปได้ และจะไปเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่มนุษย์แสวงหาอยู่จริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์จินตนาการได้ มันเป็นครั้งแรกของการพูดถึงในลักษณะนี้ มันเป็นโอกาสของผู้อ่าน ที่จะได้เรียนรู้ประวัติของเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันไม่ใช่การทำนาย หรือการพยากรณ์ แต่เป็นการเล่าถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น โดยวิเคราะห์จากองค์ความรู้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด สิ่งนั้นก็คือ "พระพุทธศาสนา"

Thursday, May 25, 2006

Origin of Imagine

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่เป็นคุณคิดว่าคุณทันสมัย อินเทรนด์ กำลังตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก แทบทุกวัน คุนเองก็มีโอกาสได้สัมผัสกับมันมาบ้างแล้ว หรือคุณก็กำลังใช้มันอยู่ในขณะนี้ และกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่า ... ผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนั้น...สักวันหนึ่งฉันจะสัมผัสกับมัน สักวันหนึ่งจะมีมันไว้ในครอบครอง.... วิทยาการใหม่ๆเหล่านั้นมันช่างดึงดูดใจเหลือเกิน มันเป็นเสมือนรสชาดหนึ่งของชีวิต ที่คอยเติมเต็มชีวิต ให้คุณมีกำลังใจ มันให้สีสันต์กับชีวิต มันให้ความหวัง มันทำให้คุณมีความทะเยอทะยาน คุณยินดีที่จะใช้เวลาที่จะพูดถึงมัน กล่าวถึงมัน ทุกวัน อย่างไม่เคยรู้สึกเบื่อ มันทำให้คุณมีความอุสาหะ มีความพยายามหาเงินมา เพื่อจะให้ได้มันมาครอบครอง โดยเร็วที่สุด และจะต้องได้ก่อนใคร หลายคนอยากมีชีวิตไปนานๆ ก็เพียงเพราะว่า อยากจะได้ใช้นวัตกรรมใหม่ ที่กำลังออกมา ในปีหน้า..... อีกสิบปีข้างหน้า มันต้องเป็น อย่างนี้ อีกร้อยปีข้างหน้า มันต้องเป็นอย่างนั้น .... ฉันต้องมีชีวิตอยู่ ฉันจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น.....